ทัวร์พม่า พม่า ย่างกุ้ง พุกาม อมรปุระ มัณฑเลย์ พระธาตุอินทร์แขวน 5วัน

บริษัททัวร์ The Phoenix 999

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

The Phoenix 999 Company Limited   ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/06102 T.A.T. Licence No. 11/06102
ทัวร์พม่า พม่า ย่างกุ้ง พุกาม อมรปุระ มัณฑเลย์ พระธาตุอินทร์แขวน 5วัน
กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์ –พระราชวังมัณฑะเลย์-พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ- วัดกุสินารา-Mandalay Hill ล้างหน้ามหามุนี- อมรปุระ-สะพานไม้อูเบ็ง-ทะเลสาบคองตามัน-มัณฑะเลย์-มหาเจดีย์ยักษ์มิงกุน – ระฆังยักษ์มิงกุน-เจดีย์พญาเธียรดาน- พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ มัณทะเลย์-พุกาม-วัดเจดีย์ชเวสิกอง-วัดอนันดา-วัดมนุหา-วัดกุบยางกี-วัดติโลมิวัดสัญพัญูญู-พิเศษนั่งรถม้าชมเมือง-วิหารธรรมยันจี-เจดีย์ชเวชานดอร์-โชว์พื้นเมืองเชิดหุ่น พุกาม–ย่างกุ้ง–หงสาวดี-พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี-เจดีย์ชเวมอดอว์ - พระราชวังบุเรงนอง-พระธาตุอินทร์แขวน (รวมรถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน) พระธาตุอินทร์แขวน–หงสาวดี-เจดีย์โบตาทาวน์–เทพทันใจ–ตลาดสก็อต-เจดีย์ชเวดากอง

กำหนดการเดินทาง

สอบถามราคา โทร. : 02-1020856

วันที่ 1 | กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์ –พระราชวังมัณฑะเลย์-พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ- วัดกุสินารา-Mandalay Hill

8.30 น.

พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออก เคาเตอร์สายการบินไทยแอร์เอเชีย เจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก

11.00 น.

ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบินที่ FD 2760 (บริการอาหารบนเครื่อง)

12.00 น. (กลางวัน)

เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) เดินทางถึงเมืองมัณฑะเลย์ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกาย ลุ่มแม่น้ำอิระวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ

13.00 น.

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.30 น.

จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง ที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา นำท่านชม พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและ ทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ.2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาว มัณฑะเลย์อย่างแท้จริง นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการ สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เย็น ระว่างทางแวะร่วมทำบุญบูรณ วัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ปางปรินิพพาน สวยงามมาก นำท่านเดินทางสู่เขา Mandalay Hill ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ชมพระอาทิตย์ลับฟ้าอันสวยงามบนยอดเขามัณฑะเลย์

18.30 น.

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.00 น.

พักที่ AYEWADDY RIVER VIEW/HOTEL MANDALAY/TREASURE HOTEL ณ เมืองมัณฑะเลย์ ระดับ 3 ดาว (หรือเทียบเท่า)

วันที่ 2 | ล้างหน้ามหามุนี- อมรปุระ-สะพานไม้อูเบ็ง-ทะเลสาบคองตามัน-มัณฑะเลย์-มหาเจดีย์ยักษ์มิงกุน – ระฆังยักษ์มิงกุน-เจดีย์พญาเธียรดาน- พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ

4.00 น. (ตีสี่)

จากนั้นนำท่านไปนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ.689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ. 2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลี จึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้งร่วมพิธีการอันสำคัญล้างพระพักตร์ถือเป็นการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากนั้น เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณ วัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ปางปรินิพพาน สวยงามมาก

8.00 น.

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

9.00 น.

นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองอมรปุระ (Amrapura) เมืองแห่งผู้เป็นอมตะซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี เป็นราชธานีแห่งหนึ่งของพม่าก่อนที่จะย้ายมายอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ. 2400 จากนั้นนำท่านผ่านชม ภูเขาสกาย ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกาย ลุ่มแม่น้ำอิระวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ ชม สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน (Toungthamon) ไปสู่วัดจอกตอจี ซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งเมืองพุกาม พร้อมชมพระอาทิตย์อัสดง ยามเย็นพร้อมวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น

12.00 น. (กลางวัน)

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.30 น.

ออกเดินทาง สู่ท่าเรือริมน้ำอิระวดี ข้ามฝากสู่ราชธานีเก่าของพระเจ้าปดุง จะเป็นเส้นทางสู่มหาเจดีย์ยักษ์ "มิงกุน" ชมซากเจดีย์ขนาดใหญ่ ร่องรอยแห่งความทะเยอทยานของพระเจ้าปดุง ที่ใช้แรงงานทาส และนักโทษจำนวนนับพันคนในการสร้าง โดยตั้งพระทัยว่าจะสร้างให้สูงใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์แห่งสยาม และให้พระองค์สามารถทอดพระเนตร ได้จากเมืองอังวะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิรวดี แต่ด้วยงบประมาณที่บานปลาย ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน จึงทำให้การก่อสร้างล่าช้า ในที่สุดพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ.2362 หลังพ่ายแพ้ไทยในสงคราม 9 ทัพ เจดีย์องค์นี้ จึงสร้างได้แค่ฐาน หลังจากนั้นองค์เจดีย์จึงถูกทิ้งร้างเรื่อยมา แต่เพียงฐานก็นับว่าใหญ่โตมาก หากสร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ใหญ่ระดับโลกของ มิงกุน คือ ระฆังยักษ์มิงกุน นี้ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2351 โดยพระเจ้าปดุง สร้างถวายแด่เจดีย์มิงกุน มีน้ำหนัก 90 ตัน สูง 4 เมตร ปากระฆังกว้าง 5 เมตร เป็นระฆังที่ตีดัง เดิมทีถูกแขวนไว้ที่องค์เจดีย์ปอนดอว์ ใกล้ๆ กับเจดีย์มิงกุน แต่หลังจากแผ่นดินไหว ทำให้ฐานพระเจดีย์พังลงมา ระฆังยักษ์มิงกุนจึงถูกย้ายมาแขวนยังจุดที่ตั้ง ณ ปัจจุบันครับ ในอดีตระฆังองค์นี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากระฆังแห่งพระราชวังเครมลิน ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย แต่ระฆังเครมลินแตกไปแล้ว ปัจจุบันระฆังยักษ์มิงกุน จึงเป็นระฆังที่มีสภาพสมบูรณ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากนั้นนำท่านชมเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ ที่สร้างบนฐาน 7 ชั้นรูปเกลียวคลื่นงดงาม "เจดีย์พญาเธียรดาน" เจดีย์ที่งดงามนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2329 เพื่อให้เปรียบเสมือนเจดีย์จุฬามณี ที่ตั้งอยู่เหนือเขา พระสุเมรุ ตามความเชื่อในไตรภูมิพุทธศาสนาที่ว่า คือแกนกลางจักรวาล ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยสัตตบริพันธ์ และมหานทีสีทันดรทั้ง 7 ชั้น พระเจดีย์องค์นี้ยังถูกสร้างให้เป็นสักขีพยานรักของราชนิกุลอังวะ โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่มีต่อพระมเหสีชินพิวเม ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าบากะยีดอว์จะขึ้นครองราชย์ แม้จะไม่ใช่หินอ่อนเหมือนทัชมาฮาล แต่ก็ได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี”

18.30 น.

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.00 น.

พักที่ AYEWADDY RIVER VIEW/HOTEL MANDALAY/TREASURE HOTEL ณ เมืองมัณฑะเลย์ ระดับ 3 ดาว (หรือเทียบเท่า)

วันที่ 3 | มัณทะเลย์-พุกาม-วัดเจดีย์ชเวสิกอง-วัดอนันดา-วัดมนุหา-วัดกุบยางกี-วัดติโลมิวัดสัญพัญูญู-พิเศษนั่งรถม้าชมเมือง-วิหารธรรมยันจี-เจดีย์ชเวชานดอร์-โชว์พื้นเมืองเชิดหุ่น

5.00 น. (ตีห้า)

บริการอาหารเช้า แบบกล่องจากทางโรงแรม

6 โมงเช้า

นำท่านเดินทางสู่สนามบินมัณฑะเลย์ อาคารผู้โดยสาร ภายในประเทศ

7.30 น.

ออกเดินทางไปสนามบินพุกาม สู่เมืองประวัติศาสตร์พุกาม โดยสายการบิน Air Yangon เที่ยวบินที่ YH 910

8.30 น.

เดินทางถึงเมืองพุกาม (Bagan) นำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม ชม วัดอนันดา (Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจน สร้างเสร็จเมื่อปี 109ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน ซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา (Manuha Temple) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้ โครงสร้างวิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึงความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี

12.00 น. (กลางวัน)

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.30 น.

ในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม จากนั้นพาท่านเที่ยว วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Tempel) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้นเข้าชม วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงาม สร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ.1761 ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก นมัสการ เจดีย์สัพพัญญู ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม ชมวิหารธรรมยันจี (Dhammayangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา นำท่าน นั่งรถม้า ชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่วิตที่เรียบง่าย จากนั้นนำท่านเดินทางชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ เจดีย์ชเวซานดอว์ (Shwesandaw Pagoda) ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้

18.30 น.

บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก ท่านจะได้ชมการเชิดหุ่นที่ดูเหมือนมีชีวิตจริง พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นเมือง

20.00 น.

พักที่ BAGAN HOTEL//THAZIN GARDEN HOTEL//SHWE PRWINT ณ เมืองพุกาม (หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว )

วันที่ 4 | พุกาม–ย่างกุ้ง–หงสาวดี-พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี-เจดีย์ชเวมอดอว์ - พระราชวังบุเรงนอง-พระธาตุอินทร์แขวน (รวมรถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน)

6.30 น.

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางไปยังสนามบินเมืองพุกาม

8.30 น.

บินลัดฟ้าสู่เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบิน Air Mandalay เที่ยวบินที่ 6T401

9.00 น.

เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองหงสาวดี หรือคนมอญเรียกว่า เมืองพะโค (Bago) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และ อายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม. ถึงเมืองหงสาวดี จากนั้นนำชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaik Pun Buddha) สร้างในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) เล่ากันว่าสร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิต ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์นั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที

12.00 น. (กลางวัน)

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร **เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ท่านละ 1 ตัว **

13.30 น.

นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Kyauk Htatgyi Buddha) หรือ พระนอนตาหวาน นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีความพระที่มีความสวยที่สุดมีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย หลังอาหารนำท่านเข้าชมพระธาตุที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็น 1 ใน 5 มหา บูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา (Shwe Mordore) ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า นำท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทย เคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง 377 ฟุต สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 51 ฟุต มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร ที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตร กลับยงคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์-สิทธ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง และ บัลลังก์ผึ้ง (Kanbawza Thardi Palace) ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของ พระนางสุพรรณกัลยา และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึก เมื่อต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า แต่ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญ ระหว่างทางท่านจะได้พบกับสะพานเหล็กที่ข้ามผ่านชมแม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่ 2 สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามซึ่งนำทัพโดย สุรกรรมาเป็นกองหน้าพระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมา กองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง"นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปุ่นแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น เป็นรถบรรทุกหกล้อ (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) เพื่อเดินทางสู่ยอดเขาพักที่ MOUNTAIN TOP HOTEL หรือ KYAITHOO HOTEL เพื่อเก็บสัมภาระหลังจากนั้น นำชม เจดีย์ไจ้ทีโย หรือ พระธาตุอินทร์แขวน Kyaikhtiyo Pagoda (Golden Rock) แปลว่า ก้อนหินทอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้)

18.30 น.

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม จากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่ พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืน แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น.

20.00 น.

พักที่ MOUNTAIN TOP HOTEL หรือ KYAITHOO HOTEL

วันที่ 5 | พระธาตุอินทร์แขวน–หงสาวดี-เจดีย์โบตาทาวน์–เทพทันใจ–ตลาดสก็อต-เจดีย์ชเวดากอง

6.30 น.

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

7.30 น.

นำท่านอำลาที่พัก ออกเดินทางกลับ ถึงคิมปุนแค้มป์ เปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ พร้อมนำท่านเดินทางสู่กรุงหงสาวดี สัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองหงสาวดี อีกครั้งหนึ่ง

8.30 น.

นำท่านเดินทางกลับสู่ย่างกุ้ง นำท่านกราบสักการะขอพร พระเจดีย์โบตาทาวน์ (Botataung Pagoda) สถานที่รับพระเกศาธาตุก่อนประดิษฐานที่พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ออกแบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่งให้คนสามารถเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญพระธาตุประดิษฐานไว้ในผอบทองคำ และของมีค่าต่าง ๆ ที่พุทธศาสนิกชนนำมาถวายมากมาย สักการะ “ โบโบยี ” เทพทันใจ และ เทพกระซิบ นำท่านชม วัดพระหินอ่อน (Marble Buddha) ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปหยกขาว (White jade Buddha) สร้างจากหินหยกก้อนใหญ่นำมาจากเมืองมัณฑะเลย์มีพระประวัติและมีรอยพระพุทธบาทจำลอง นำท่านชมความน่ารักแสนรู้ของ ช้างเผือก ที่มีลักษณะทั้ง 9 ประการตรงตามตำราโบราณ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน สักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Kyauk Htatgyi Buddha) หรือ พระนอนตาหวาน นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีความพระที่มีความสวยที่สุดมีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย

12.00 น. (กลางวัน)

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ** เมนูพิเศษ สลัดกุ้งมังกร เป็ดปักกิ่ง **

13.00 น.

จากนั้น นำท่านเที่ยวชม ตลาดโบโจ๊ก อองซาน (Bogyoke Aung San) หรือ ตลาดสก๊อต (Scot Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น (หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วย ทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ) ได้เวลาอันสมควรนำท่านชมและนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี เพื่อเสริมบารมีในสถานที่ที่เปรียบเสมือนได้กับจิตวิญญาณของชาวย่างกุ้ง และ ชาวพม่า สถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ รอบพระเจดีย์มีประดิษฐกรรมที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาลองค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์จะได้ชมความงามของวิหารสี่ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาท ซ้อนเป็นชั้นๆงานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น ชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นภายหลังชาวพม่า ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ให้ตีระฆัง 3 ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการ

17.30 น.

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ เที่ยวบิน FD 254

19.30 น.

เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง -กรุงเทพฯ (ตั๋วกรุ๊ป)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าวีซ่าพม่าแบบยื่นธรรมดา
  • ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการ
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางท่านละไม่เกิน 20 กก.
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1000000 บาท (ค่ารักษาพยาบาล 100000 บาท) ทั้งนี้ย่อมอยู่ ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต
  • ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ 4 คืน
  • ค่ารถขึ้น-ลงพระธาตุอินทร์แขวน
  • ค่ารถม้าชมเมืองพุกาม
  • มัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเกิน 20 กก.
  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่มิได้ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าซักรีด โทรศัพท์ ค่ามินิบาร์ ฯลฯ
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าทิปสินน้ำใจ คนขับรถ และไกด์ท้องถิ่น ประมาณ 500.- ต่อลูกค้า 1 ท่าน

หมายเหตุ

  • (กรุ๊ปออกเดินทาง 15 ท่าน มีหัวหน้าทัวร์ )

เงื่อนไข

หน้าแรก | ทัวร์จีน | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์มองโกเลีย | ทัวร์เฉินตู | ทัวร์จางเจี่ยเจี้ย | ทัวร์กุ้ยหลิน | ทัวร์คุนหมิง | ทัวร์คานาสือ | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์เวียดนาม | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์พม่า | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์รัสเซีย | ทัวร์ยุโรป | ทัวร์บาหลี | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์มาดากัสการ์ | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์อินเดีย | ทัวร์ภาคเหนือ | ทัวร์ภาคกลาง | ทัวร์ภาคอีสาน | ทัวร์ภาคตะวันออก | ทัวร์ภาคใต้ |
The Phoenix 999 รับจัดทัวร์ บริการ ทัวร์กรุ๊ปเหมา

บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999 บริษัททัวร์ เดอะฟีนิกส์ 999

ทัวร์ในประเทศ ทัวร์ในประเทศ ทัวร์ในประเทศ ทัวร์ภาคเหนือ | ทัวร์ภาคกลาง | ทัวร์ภาคอีสาน | ทัวร์ภาคตะวันออก | ทัวร์ภาคใต้


ทัวร์ฮาร์บินเที่ยวฮาร์บิน.com
ทัวร์ฮาร์บินกับเรา The Phoenix 999
Copyright © 2010 The Phoenix 999 All right reserved. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/06102 T.A.T. Licence No. 11/06102
บริษัท เดอะ ฟีนิกซ์ 999 จำกัด 1055 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม 10800
โทรศัพท์ : 02-1020856 โทรสาร :  02-1020855  E-mail : sales@thephoenix999.net , mercedes_hok@yahoo.com


Scan QR Code สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line

facebook The Phoenix tour Twitter The Phoenix Tour YouTube The Phoenix Tour